เปิดเทคนิคมืออาชีพ! วิธีเช็คคนโกงและบัญชีมิจฉาชีพ ก่อนตัดสินใจโอนเงิน

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันมากขึ้น การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ก็กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่ขณะเดียวกัน อาชญากรรมไซเบอร์ก็มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะการฉ้อโกงทางการเงินออนไลน์ ที่มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการปลอมตัวเป็นองค์กรใหญ่ การสร้างเว็บไซต์ปลอม ฯลฯ ซึ่งวิธีการที่ได้รับความนิยมสูงสุด ก็คือการใช้บัญชีธนาคารหลอกให้โอนเงิน หรือที่เรียกกันว่า บัญชีมิจฉาชีพ นั่นเอง

จากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าในปี 2564 มีผู้เสียหายจากการถูกฉ้อโกงออนไลน์กว่า 20,000 ราย มากกว่าปีก่อนหน้าถึง 35% คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 2,600 ล้านบาท ซึ่งบัญชีมิจฉาชีพถือเป็นช่องทางหลักในการก่อเหตุ ด้วยความที่อาชญากรสามารถสร้างบัญชีเลียนแบบของจริงได้อย่างแนบเนียน ทั้งชื่อบัญชี เลขที่บัญชี แม้กระทั่งรูปโปรไฟล์ก็ยังดูน่าเชื่อถือ จนหลายคนหลงเชื่อและตัดสินใจโอนเงินไปโดยง่าย

ถ้าอย่างนั้น เราจะมีวิธีป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามของบัญชีมิจฉาชีพได้อย่างไร วันนี้ผู้เขียนจะมาเปิดเผย

“เทคนิคมืออาชีพในการเช็คคนโกงและบัญชีมิจฉาชีพ”

พร้อมแนะนำเครื่องมือสุดล้ำที่จะช่วยให้ทุกท่านสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบุคคลหรือบัญชีต้องสงสัยได้ด้วยตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มโอนเงินไปให้ใครอีก ตามมาติดๆ กันเลยครับ

เทคนิคมืออาชีพในการเช็คคนโกงและบัญชีมิจฉาชีพ

เทคนิคที่ 1 : เช็คข้อมูลบัญชีให้ครบถ้วน

ก่อนที่จะเริ่มทำธุรกรรมใดๆ กับบัญชีธนาคารที่ไม่คุ้นเคย สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบัญชีนั้นๆ อย่างละเอียด ได้แก่ ชื่อบัญชี เลขที่บัญชี ธนาคาร และสาขาผู้ให้บริการ หากเจอความผิดปกติ เช่น ชื่อบัญชีกับเลขที่บัญชีไม่สัมพันธ์กัน ให้รีบหยุดทำรายการ แล้วสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากฝ่ายตรงข้ามทันที

นอกจากนี้ ควรเช็คประวัติย้อนหลังของบัญชีว่ามีความเคลื่อนไหวผิดปกติหรือไม่ โดยสังเกตจากความถี่ของการทำรายการ ยอดเงินเข้าออก และช่วงเวลาของการโอน หากพบว่าเป็นบัญชีที่เปิดมาไม่นาน ไม่มีรายการใช้จ่ายก่อนหน้า แต่อยู่ดีๆ ก็มีการโอนย้ายจำนวนมาก ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นบัญชีมิจฉาชีพ

เทคนิคที่ 2 : ค้นหาข้อมูลบุคคลผู้ใช้บัญชี

เทคนิคต่อมาคือการค้นหาข้อมูลของบุคคลที่เป็นเจ้าของบัญชีนั้นๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยยืนยันตัวตนของผู้ให้บริการแล้ว ยังเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะโดนหลอกอีกด้วย วิธีการทำก็ไม่ยากครับ เริ่มจากการเสิร์ชชื่อบุคคล เลขบัญชี หรือเบอร์โทรศัพท์ ที่ปรากฏบนสลิปหรือหน้าจอในแอปฯ ธนาคาร ผ่านเครื่องมือค้นหาอย่าง Google หรือ Facebook

ถ้าไม่พบข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้อง ไม่มีประวัติการโพสต์หรือพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูล ก็เป็นสัญญาณเตือนที่ดีว่าบุคคลนั้นอาจจะไม่ใช่ตัวจริง หรืออาจจะเป็นมิจฉาชีพที่สร้างตัวตนปลอมๆ มาหลอกเอาเงิน ซึ่งเราก็ควรจะระมัดระวังให้มากขึ้นนั่นเอง

เทคนิคที่ 3 : รายงานบัญชีน่าสงสัยผ่านแอปฯ แจ้งเตือนภัย

ปัจจุบัน หลายธนาคารชั้นนำได้พัฒนาระบบแจ้งเตือนบัญชีต้องสงสัยภายในแอปพลิเคชัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถรายงานบัญชีที่เคยถูกใช้ในการหลอกลวงหรือมีพฤติกรรมน่าสงสัยได้ทันที ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่ช่วยกันสกัดกั้นและเฝ้าระวังภัยจากบัญชีมิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีการก็ไม่ยาก เมื่อเราพบเห็นหรือเคยโดนหลอกจากบัญชีมิจฉาชีพ ให้รีบเข้าไปที่แอปของธนาคารที่เกี่ยวข้อง เช่น SCB Easy, KPlus เป็นต้น จากนั้นเลือกเมนูแจ้งเตือนหรือรายงานปัญหา แล้วส่งข้อมูลการทุจริตต่างๆ เช่น ชื่อบัญชี เลขที่บัญชี รายละเอียดการเกิดเหตุพร้อมหลักฐาน (ถ้ามี)

เจ้าหน้าที่ธนาคารจะนำข้อมูลดังกล่าว ไปตรวจสอบและดำเนินการระงับบัญชีที่เข้าข่ายมิจฉาชีพตามกระบวนการต่อไป ซึ่งจะเป็นการช่วยกันลดความเสี่ยงและปกป้องผู้บริโภคจากภัยทางการเงินนี้ได้ในระยะยาวครับ

เทคนิคที่ 4 : ใช้เว็บไซต์หรือแอปฯ เช็คประวัติบัญชี

อีกหนึ่งเครื่องมือสุดไฮเทคที่ช่วยเช็คประวัติบัญชีมิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็คือเว็บไซต์และแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบความน่าเชื่อถือของบุคคลและบัญชีธนาคาร

หนึ่งในนั้นที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ผู้ใช้ก็คือ เว็บไซต์ เช็กก่อน.com

โดยเว็บไซต์นี้เป็นฐานข้อมูลกลางที่รวบรวมข้อมูลประวัติของเลขบัญชี ชื่อบัญชี และเบอร์โทรศัพท์ ที่เคยถูกแจ้งเป็นบัญชีน่าสงสัยหรือบัญชีมิจฉาชีพ ซึ่งได้รับข้อมูลจากการรายงานของผู้ใช้งานจริง และผ่านการกลั่นกรองตรวจสอบจากทีมงานมืออาชีพแล้ว

เพียงเข้าไปที่ www.checkgon.com ใส่ข้อมูลที่ต้องการค้นหา ระบบจะทำการเช็คและแสดงผลการตรวจสอบให้ทันที ว่าบุคคลหรือบัญชีนั้นๆ มีประวัติเสียหายหรือถูกรายงานว่าเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ แถมยังเรตระดับความน่าเชื่อถือพร้อมให้เหตุผลประกอบอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ใช้ประเมินความเสี่ยงได้ด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจทำธุรกรรม

นอกจากนี้ ในเว็บยังมีบทความให้ความรู้เกี่ยวกับภัยทางการเงินในรูปแบบต่างๆ เทคนิคการระวังภัยออนไลน์ รวมถึงตัวอย่างเคสที่เคยเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ผู้ใช้มีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันตัวเองมากขึ้น จึงเป็นเว็บที่เหมาะสำหรับทุกคนจะเข้าไปศึกษาและใช้งานอย่างแท้จริงครับ

การระมัดระวังตัวให้ปลอดภัยจากภัยอาชญากรรมทางการเงิน โดยเฉพาะบัญชีมิจฉาชีพ ถือเป็นหน้าที่สำคัญของทุกคนในยุคดิจิทัลซึ่งในบทความนี้ได้นำเสนอวิธีการเช็คคนโกงและตรวจสอบบัญชีต้องสงสัยเบื้องต้นหลากหลายเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลบัญชีให้ถี่ถ้วน, ค้นหาประวัติเจ้าของบัญชี, รายงานบัญชีน่าสงสัยผ่านแอปธนาคาร ไปจนถึงการใช้เว็บไซต์  อย่าง เช็กก่อน.com ในการเช็คประวัติบัญชีและเบอร์โทรน่าสงสัยซึ่งหากเรานำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้อย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกโดยบัญชีมิจฉาชีพได้เป็นอย่างดี

แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องตระหนักไว้เสมอว่า การป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามทางการเงินนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสติ รอบคอบทุกครั้งก่อนทำธุรกรรม ต้องใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์พฤติกรรมของบุคคลและความผิดปกติของบัญชีให้รอบด้าน ไม่หลงเชื่อสิ่งที่ฟังดูดีเกินจริงโดยไม่ทันได้ใคร่ครวญ และหากมีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติม ก็อย่าลืมที่จะโทรสอบถามไปยังสายด่วนของธนาคารหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อยืนยันความถูกต้องอีกครั้ง

นอกจากนี้ ในฐานะผู้ใช้บริการทางการเงิน เราทุกคนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการสอดส่องและแจ้งเบาะแสบัญชีอันตรายเมื่อพบเห็น อย่างที่ทราบกันดีว่าในเว็บไซต์ เช็กก่อน.com มีระบบให้เราแจ้งรายชื่อประวัติคนโกงได้ด้วย ดังนั้นเมื่อเราเคยเจอเข้ากับตัว ก็อย่าลืมเข้าไปรายงานลงในระบบ จะได้ช่วยกันสร้างเกราะป้องกันคนโกงในโลกออนไลน์ไปด้วยกัน

จำไว้เสมอว่า ยิ่งเรามีความรู้และตระหนักถึงภัยจากบัญชีมิจฉาชีพมากเท่าไหร่ มีเครื่องมือและช่องทางช่วยเช็คประวัติครบครันเท่าไหร่ โอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อก็จะลดน้อยลงเท่านั้น ไม่มีคนร้ายคนไหนจะฉลาดเกินไปกว่าพวกเราที่ร่วมมือร่วมใจกันแน่นอนครับ