บทเพลง "ในหลวงรัชกาลที่สิบ"
ประพันธ์คำร้องและทำนอง พันโท ธัญวพิสิทธิ์ จิรากฤติภาสกุล
เรียบเรียงเสียงประสาน พันโท ธัญวพิสิทธิ์ จิรากฤติภาสกุล
ขับร้อง นาย กาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ (นักร้องชนะเลิศฝ่ายชาย โครงการ "ศาลาเฉลิมกรุง สืปสานตำนานเพลง" ปี ๒๔๔๙)
ขับร้องประสานเสียง นาย วิรัข อยู่ถาวร นางสาว พิมพ์พริมา วงษ์พรหม
๑๙ พ.ค.๖๖ เวลา ๑๕.๐๐ น. คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ (ประธาน) ดร.ศิรินัดดา...
19 พ.ค.66 เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.วัลลพ จำนงค์อาษา รอง ผบช.ภ.9 ตรวจเยี่ยม สภ.ป่าบอน จว.พ...
17 พ.ค.66 เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9/ผ...
(17 พ.ค.66) เวลา 13.05 น. พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9/ผบ.ศปก.ตร.สน. พล.ต.ท.ดุษฎี ชูสัง...
17พ.ค. 2566 เวลา 09.30 น. พล.ต.ท.โพธ สวยสุวรรณ จตร. ปฏิบัติราชการ ภ.9 /รอง ผบ.ศปก.ตร.สน. ไ...
( 16 พ.ค.66 ) เวลา 17.30 น. พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 สั่งการให้ พล.ต.ต.กฤษฎา แก...
(16 พ.ค.66) เวลา 15.20 น. พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบช.ภ.9/รอง ผบ.ศปก.ตร.สน. เดินทาง...
( 16 พ.ค.66 ) เวลา 14.20 น. พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล รอง ผบช.ภ.9/รอง ผบ.กกล.ตร.จชต. เดินทางมา...
16/05/66 เวลา 09.30 น. พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 มาตรวจเยี่ยมฐานมว.ฉก.นปพ.ปัตตานี 21 ...
15 พ.ค.66 เวลา 10.30 น.พล.ต.ท.ดุษฎี ชูสังกิจ ผทค.พิเศษ ตร./รรท.รอง ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.ปิยะวัฒ...
(14 พ.ค. 66) เวลา 11.20 น. พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี รอง ผบช.ภ.9 ตรวจเยี่ยม หน่วยเลือกตั้ง กา...
14/05/66 เวลา 09.00 น.พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง ศาลาอเนกประสงค์ ต.จ...
14/05/66 เวลา 08.45 น.พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง โรงเรียนบ้านแสงธรรม...
14/05/66 เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้ง โรงเรียนบ้านน...
841 Views
1702 Views
1972 Views
สาร พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2565
ช่องทางการทำความเข้าใจกับ
พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565
๑๖ ธ.ค.๖๔ เวลา ๐๙.๓๐ น. ข้าราชการตำรวจจิตอาสา บก.อก.ภ.๙, บก.กค.ภ.๙, บก.สส.ภ.๙ ร่...
๓ ธ.ค.๖๔ เวลา ๐๙.๔๐ น. ข้าราชการตำรวจจิตอาสา บก.อก.ภ.๙, บก.กค.ภ.๙, บก.สส.ภ.๙, สภ...
๘ เม.ย.๖๔ เวลา ๐๗.๐๐ น. พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ จันทร์อาภา รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา/ผู้แทน ภ.๙...
๓๑ มี.ค.๖๔ เวลา ๑๕.๐๐ น. พล.ต.ต.ธเรศ แก้วละเอียด ผบก.อก.ภ.๙ เป็นประธานเปิดกิจกรร...
(9 พ.ค.65)เวลา 15.30 น. คุณทวีวรรณ นิตยวิมล ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจกองบังคับการกฎ...
๒๘ ธ.ค. ๖๓ เวลา ๐๗.๐๐ - ๐๘.๔๕ น. คุณจิตรา ภู่สาระ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค ...
๒๓ ธันวาคม ๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ -๑๒.๐๐ น. คุณจิตรา ภู่สาระ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภา...
๒๘ ต.ค.๖๓ คุณจิตรา ภู่สาระ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค ๙ พร้อมด้วยประธานแม่บ้า...
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 28 ก.ค.2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ได้รับพระราชทานพระนามว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ
ทรงมีพระเชษฐภคินี คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และพระขนิษฐา 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวิชราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.2515 ขณะนั้นทรงเจริญพระชนมายุ 20 พรรษา นับเป็นกระบวนการสืบราชสันตติวงศ์ที่ชัดเจนตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ พ.ศ.2467
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเริ่มการศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนคิงส์มีด แคว้นซัสเซกส์ และศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมิลฟิลด์ แคว้นซอมเมอร์เซท สหราชอาณาจักร
หลังจากนั้น ทรงศึกษาต่อวิชาทหารที่โรงเรียนคิงส์ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาอักษรศาสตร์ ด้านการทหาร จากมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย
หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาได้เสด็จฯ นิวัติประเทศไทย ทรงศึกษาต่อสาขาวิชานิติศาสตร์รุ่นที่ 2 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
วันที่ 6 พ.ย.2521 ทรงผนวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราช วาสนมหาเถร วัดราชบพิธ เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ ถวายพระสมณนามว่า วชิราลงฺกรโณ ประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อครบ 15 วัน ทรงลาผนวช
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์มาโดยตลอด เพื่อแบ่งเบาพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งในการพระราชพิธีสำคัญ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรไทย และพระราชพิธีทางศาสนาต่างๆ
นอกจากนี้ได้โดยเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินไปแปรพระราชฐานประทับแรมตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย โดยทรงติดตามความก้าวหน้าด้านการชลประทาน การสร้างเขื่อนต่างๆ และพระราชทานแนวพระราชดำริให้กรมชลประทานแก้ปัญหาตามที่ชาวบ้านกราบทูล ส่งให้ราษฎรมีน้ำใช้ในการเกษตรอย่างอุดมสมบูรณ์และช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน
ด้านการแพทย์และสาธารณสุข สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงตระหนักว่าสุขภาพพลานามัยอันดีของประชาชนเป็นปัจจัยสำคัญของการสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคล จึงทรงสนพระราชหฤทัยในการประกอบพระราชกณียกิจ เช่น เมื่อรัฐบาลได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช 21 แห่งทั่วประเทศ พระองค์ก็ได้ทรงพระอุตสาหะเสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิดโรงพยาบาลทุกแห่งและทรงเยี่ยมโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งพระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนให้มีอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย
ด้านการศึกษา ทรงพระกรุณาพระราชทานพระราชทรัพย์ร่วมสนับสนุนให้กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ก่อตั้งโรงเรียนมัธยมศึกษาในถิ่นทุรกันดาร 6 แห่ง ทรงรับโรงเรียนไว้ในพระราชูปถัมภ์ พระราชทานวัสดุอุปกรณ์การศึกษาที่ทันสมัย เช่น คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ วิดีทัศน์ และในด้านการอุดมศึกษา พระองค์ได้ทรงพระกรุณาเสด็จฯ แทนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตของมหาวิทยาลัยต่างๆ
ทรงจัดตั้งโครงการทุนการศึกษาพระราชทานด้วยทรงมีพระราชปณิธานในการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย และในปี 2553 มีพระราชดำริให้จัดตั้งมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารขึ้น โดยทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ซึ่งที่ผ่านมานักเรียนทุนพระราชทานทุกรุ่นเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า มีอัตราสูงกว่าร้อยละ 97 โดยผู้ได้รับทุนพระราชทานไม่มีภาระผูกพันที่ต้องใช้ทุนคืน และเมื่อจบการศึกษา ทรงเปิดโอกาสให้สมัครเข้าถวายงานเป็นข้าราชบริพารในพระองค์ได้ตามความสมัครใจ
ด้านสังคมสงเคราะห์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงพระกรุณาห่วงใยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนที่ด้อยโอกาส ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ หลายแห่ง เช่น ชุมชนแออัดพระโขนง เขตคลองเตย เขตยานนาวา พระราชทานพระราชทรัพย์สนับสนุนโครงการของชุมชน เช่น โครงการพัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลน โครงการปราบปรามยาเสพติด
ด้านการต่างประเทศ ทรงเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยือนมิตรประเทศทั่วทุกทวีป เช่น ประเทศอิตาลี สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น อิหร่าน เนปาล สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา สาธารณรัฐเปรู ออสเตรเลีย สิงคโปร์ นอกจากจะมุ่งเจริญสัมพันธไมตรีแล้ว ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการทอดพระเนตรและศึกษากิจการต่างๆ ที่จะทรงนำประโยชน์มาใช้ในการพัฒนาประเทศไทย เช่น เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมชมกิจการทหาร ศิลปวัฒนธรรม อุตสาหกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชน
ด้านเกษตรกรรม ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อส่งเสริมกิจการด้านเกษตรกรรม เช่น เสด็จฯ แทนพระองค์ในการพระราชพิธีพืชมงคล
ด้านพระศาสนา ทรงเสด็จฯ แทนพระองค์ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจทางศาสนาเป็นประจำสม่ำเสมอ เช่น ทรงเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามฤดูกาล รวมถึงการเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานถ้วยรางวัล การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านระดับประเทศ
ด้านการกีฬา ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทั้งในผู้แทนพระองค์และในส่วนของพระองค์เอง เช่น พระราชทานไฟพระฤกษ์กีฬาเยาวชนแห่งชาติ พระราชทานพระราชวโรกาสให้นักกีฬาไทยเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับพระราชทานรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยม
ด้านการทหาร ทรงสนพระราชหฤทัยในวิทยาการด้านการทหารมาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากทรงรับการศึกษาด้านการทหารจากประเทศออสเตรเลียแล้ว ยังทรงพระวิริยะอุตสาหะเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในด้านวิทยาการการบิน ทรงรับราชการทหารมาโดยตลอดตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค.2518 และทรงดำรงพระยศทางทหารของ 3 เหล่าทัพ คือ พล.อ. พล.ร.อ. พล.อ.อ. โดยทรงเข้าร่วมปฏิบัติการรบในการต่อต้านการก่อการร้ายในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งการคุ้มกันพื้นที่ในบริเวณรอบค่ายผู้อพยพชาวกัมพูชา ที่เขาล้าน จ.ตราด อีกทั้งยังเสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีการด้านทหาร อาทิ งานวันราชวัลลภ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการด้วยความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นตั้งใจอย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์และทรงปฏิบัติในส่วนพระองค์เองล้วนเป็นไปเพื่อประเทศชาติให้มีความเจริญก้าวหน้ามั่นคงและเพื่อประชาชนชาวไทยได้มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
หมายเหตุ: ข้อมูลส่วนหนึ่งจากหนังสือ 50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ จัดทำโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ตีพิมพ์เมื่อปี 2545